บทที่ 1 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP1

ตอนที่ 1 หนี้สินและเจ้าหนี้วีไอพี

เสียงกระแทกบานประตูไม้ดังสนั่นจนบานพับขึ้นสนิมสั่นคลอน ร่างเพรียวบางของแก้วกรุณาถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชิดผนังห้องที่สีลอกร่อน สองมือสั่นเทากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นจนข้อขาว

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้อีริน ถ้ามึงไม่เปิดกูจะพังเข้าไปแล้วนะ”

เสียงหยาบคายของชายฉกรรจ์ดังลอดช่องว่างใต้ประตูเข้ามาปะปนกับเสียงหัวเราะเยาะหยันของพรรคพวก แก้วกรุณาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

‘กฤตย์ ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้’

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนได้รสฝาดเฝื่อนของเลือด นึกถึงอดีตคนรักที่ทิ้งหนี้พนันก้อนโตไว้ให้ก่อนจะหนีหายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับแก๊งทวงหนี้นอกระบบเพียงลำพัง เงินเก็บก้อนสุดท้ายถูกงัดออกมาจ่ายค่าเช่าห้องรูหนูแห่งนี้ไปจนหมดสิ้นแล้ว ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ความมืดแปดด้าน สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้เธอมองหาอาวุธรอบตัว ทว่าในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบที่มีเพียงฟูกนอนบางเฉียบกับตู้เสื้อผ้าพลาสติก ไม่มีสิ่งใดพอจะใช้ป้องกันตัวได้เลย

เสียงถีบประตูดังขึ้นอีกระลอก คราวนี้มีเสียงกระแทกหนักๆ เหมือนพวกมันกำลังพยายามใช้ของแข็งพังลูกบิด แก้วกรุณาหลับตาลงเตรียมใจรับสภาพความโหดร้าย เธอตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์แจ้งความ แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าตำรวจคงมาไม่ทันเวลา

แต่แล้วจู่ๆ เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็เงียบหายไปกะทันหัน

แก้วกรุณาขมวดคิ้วด้วยความหวาดระแวง เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ขยับตัวเข้าไปใกล้ประตูบานเก่า แว่วเสียงฝีเท้าหนักๆ และการปะทะกันสั้นๆ ดังขึ้นด้านนอก ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยที่ถูกทำให้เงียบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหยุดหายใจ

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูครั้งใหม่ดังขึ้น มันเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักแน่นและแฝงอำนาจคุกคามจนคนฟังรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง มันไม่ใช่การทุบทำลายแบบไร้การศึกษาเมื่อครู่ แต่เป็นการเคาะที่สื่อสารถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน

“ใครคะ” เธอพยายามเค้นเสียงถามออกไปให้ดังที่สุดเพื่อซ่อนความสั่นเครือ

“เปิดประตู แก้วกรุณา”

เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังตอบกลับมา มันไม่ใช่เสียงของพวกทวงหนี้เสเพลเหล่านั้นอย่างแน่นอน น้ำเสียงนั้นมีอำนาจสั่งการราวกับเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนบนโลกต้องเชื่อฟังเขา

มือเรียวสั่นน้อยๆ ขณะเอื้อมไปปลดล็อกลูกบิด ทันทีที่บานไม้เปิดออก ภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ

ผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวสีชาร์โคลยืนตระหง่านอยู่หน้าห้องพักของเธอ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นชาจนน่าขนลุก เขาสวมนาฬิกาเรือนหรูที่สะท้อนแสงไฟสลัวของโถงทางเดิน ด้านหลังของเขามีชายชุดดำร่างยักษ์สองคนยืนคุมเชิงอยู่ ส่วนพวกแก๊งทวงหนี้เมื่อครู่นอนกองคุดคู้จมกองเลือดอยู่บนพื้นในสภาพสิ้นสติ

“คุณเป็นใคร” เพจ้าของห้องพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณร้องเตือนว่าผู้ชายตรงหน้าอันตรายกว่าพวกนักเลงข้างถนนหลายเท่านัก

เขาก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำเชิญ รองเท้าหนังขัดมันกริบเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องยางเก่าๆ ของเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานระหว่างไม้หอมและเครื่องเทศลอยมาแตะจมูก กลบกลิ่นอับชื้นของห้องเช่าไปจนหมดสิ้น สายตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องคับแคบ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ใบหน้าซีดเซียวของเธอ

“อาทิตย์ตะวัน ภักดีวัชรกุล” เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “และฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอให้เธอ”

ชื่อนั้นทำให้แก้วกรุณาเบิกตากว้าง ไม่มีใครในแวดวงธุรกิจหรือแม้แต่คนธรรมดาที่ติดตามข่าวสารจะไม่รู้จักประธานกรรมการบริหารเครือภักดีกรุ๊ป มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเด็ดขาดที่สุดในยุคนี้ ผู้ชายที่สามารถชี้เป็นชี้ตายบริษัทนับร้อยได้เพียงแค่ปรายตา

“ฉันไม่รู้จักคุณ เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกัน” เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ในใจจะหวาดหวั่นกับรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ตาม

อาทิตย์ตะวันเหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เขาพยักหน้าให้ลูกน้อง ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มหนังแท้สีดำ วางมันลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยกลางห้องอย่างนอบน้อม แล้วถอยกลับไปยืนหน้าประตู

“หนี้ห้าล้านที่กฤตย์ทิ้งไว้ บวกกับดอกเบี้ยมหาโหดที่วิ่งรายวัน” อาทิตย์ตะวันเอ่ยเสียงเรียบพลางปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดเพื่อความคล่องตัว ท่วงท่าของเขาสง่างามทว่าคุกคาม “ถ้าพึ่งตำรวจ พวกนั้นก็แค่เสียค่าปรับแล้วกลับมารังควานเธอใหม่ หรือถ้าเธอคิดจะหนี สภาพอย่างเธอคงหนีไม่พ้นเงื้อมมือพวกมันอยู่ดี”

“คุณต้องการอะไร” แก้วกรุณาถามตรงประเด็น เธอไม่ใช่คนโง่ ผู้ชายระดับเขายอมลดตัวมาเหยียบสถานที่ซอมซ่อแบบนี้ย่อมไม่ใช่การทำทาน

“จดทะเบียนสมรสกับฉัน”

คำตอบนั้นทำให้แก้วกรุณานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ราวกับสมองหยุดประมวลผลกะทันหัน

“คุณบ้าไปแล้วหรือไง เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก” เธอมองเขาเหมือนมองคนเสียสติ

“ฉันเป็นนักธุรกิจ แก้วกรุณา ฉันไม่ลงทุนกับเรื่องไร้สาระ” เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวาดหวั่นของเธอ “ฉันต้องการภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ส่วนเธอต้องการเงินเพื่อปลดหนี้และเอาชีวิตรอด นี่คือการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อที่สุด”

“ทำไมต้องเป็นฉัน ผู้หญิงที่พร้อมจะถวายตัวให้คุณมีเป็นร้อยเป็นพัน” เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา แม้จะอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีคือสิ่งเดียวที่เธอยังเหลืออยู่

บทถัดไป